Skip to content
oshc.net Coastal Dispatch · student health cover AU
Go back

OSHC University Scenario th #18

นักศึกษาต่างชาติเดินในมหาวิทยาลัยออสเตรเลีย

ตามข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทยออสเตรเลีย (Department of Home Affairs) ประจำปี 2025 มีนักศึกษาต่างชาติลงทะเบียนเรียนในมหาวิทยาลัยออสเตรเลียมากกว่า 567,000 คน โดยนักศึกษาไทยเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง การทำประกันสุขภาพนักศึกษาต่างชาติ (Overseas Student Health Cover - OSHC) ถือเป็นข้อบังคับสำหรับการยื่นวีซ่านักศึกษา (Subclass 500) ทุกราย และต้องมีผลคุ้มครองตลอดระยะเวลาที่พำนักในออสเตรเลีย รายงานจาก Private Health Insurance Ombudsman (PHIO) ระบุว่าในปี 2024 มีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับ OSHC เพิ่มขึ้น 12% ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับความเข้าใจผิดในขอบเขตความคุ้มครองและกระบวนการเคลม

บทความนี้วิเคราะห์สถานการณ์จริงของนักศึกษาไทยในมหาวิทยาลัยชั้นนำของออสเตรเลีย เปรียบเทียบกรมธรรม์จากผู้ให้บริการ OSHC ทั้ง 6 ราย ได้แก่ AHM, Allianz Care Australia, Bupa, Medibank, nib และ CBHS International โดยอ้างอิงเงื่อนไขกรมธรรม์ล่าสุดและข้อมูลจาก Australian Government Department of Education

ทำความเข้าใจข้อกำหนด OSHC สำหรับวีซ่านักศึกษา

OSHC เป็นข้อบังคับทางกฎหมาย ภายใต้เงื่อนไขวีซ่า 8501 ของ Department of Home Affairs นักศึกษาต้องจัดทำประกันสุขภาพที่มีผลคุ้มครองตั้งแต่วันที่เดินทางถึงออสเตรเลีย ไม่ใช่วันที่ภาคการศึกษาเริ่มต้น กรมธรรม์ต้องครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลรัฐและเอกชน ค่าผ่าตัดฉุกเฉิน ค่ายาตามใบสั่งแพทย์ (Pharmaceutical Benefits Scheme - PBS) และบริการรถพยาบาลฉุกเฉิน

ผู้ให้บริการ OSHC ทุกรายต้องปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำที่กำหนดโดย Overseas Student Health Cover Deed ซึ่งควบคุมโดยกระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม สิทธิประโยชน์เสริมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในด้านการรักษาทางจิตเวช ค่าตรวจสายตา และการตั้งครรภ์

เปรียบเทียบสิทธิประโยชน์หลักของ OSHC แต่ละราย

นักศึกษาปรึกษาแพทย์ในคลินิก

การเลือก OSHC ที่เหมาะสมต้องพิจารณาจากเงื่อนไขความคุ้มครองและข้อยกเว้นที่ระบุใน Product Disclosure Statement (PDS) ของแต่ละบริษัท ด้านล่างคือการเปรียบเทียบสิทธิประโยชน์สำคัญจากผู้ให้บริการหลัก:

*Allianz คุ้มครองการรักษาทางจิตเวชแบบไม่จำกัดจำนวนครั้งสำหรับการรักษาแบบผู้ป่วยใน ภายใต้เงื่อนไขที่ระบุใน PDS

สถานการณ์จริง: นักศึกษาไทยใน University of Melbourne

มหาวิทยาลัยเมลเบิร์นติดอันดับที่ 22 ของโลกตาม QS World University Rankings 2027 มีนักศึกษาต่างชาติกว่า 20,000 คน University of Melbourne มีข้อตกลง Preferred Provider กับ Bupa แต่นักศึกษาสามารถเลือกผู้ให้บริการรายอื่นได้ตามกฎหมาย

กรณีศึกษาที่ 1: นักศึกษาปริญญาโทจากกรุงเทพฯ เข้ารับการรักษาด้วยภาวะซึมเศร้าที่โรงพยาบาล Royal Melbourne Hospital ซึ่งเป็นโรงพยาบาลรัฐ ค่าใช้จ่ายรวม $4,200 ประกอบด้วยค่าปรึกษาจิตแพทย์ $280/ครั้ง (10 ครั้ง) และค่ายา $1,400 หากใช้ AHM จะได้รับความคุ้มครอง 12 ครั้งต่อปี คิดเป็นเงิน $2,800 ส่วนค่ายาได้รับคืนสูงสุด $50 ต่อรายการ หลังหักค่า PBS co-payment แล้ว คงเหลือค่าใช้จ่ายส่วนต่างประมาณ $900

กรณีศึกษาที่ 2: นักศึกษาปริญญาตรีประสบอุบัติเหตุระหว่างเล่นกีฬา ต้องผ่าตัดหัวเข่าที่ Melbourne Private Hospital ค่าผ่าตัด $8,500 และค่าห้องพัก 3 คืน $2,400 Allianz และ Medibank ให้ความคุ้มครองเต็มจำนวนตาม MBS สำหรับการผ่าตัด แต่ค่าห้องพักในโรงพยาบาลเอกชนอาจมีส่วนต่างที่ต้องชำระเพิ่ม (gap payment) ประมาณ $600-$800 เนื่องจาก MBS กำหนดอัตราค่าห้องพักมาตรฐานไว้ที่ $350/คืน ในขณะที่โรงพยาบาลเอกชนคิดค่าห้องพักจริง $600-$800/คืน

สถานการณ์จริง: นักศึกษาไทยใน University of Sydney

นักศึกษาเดินในวิทยาเขต University of Sydney

University of Sydney อยู่ในอันดับที่ 28 ของโลกตาม QS World University Rankings 2027 มีนักศึกษาต่างชาติประมาณ 25,000 คน ทางมหาวิทยาลัยแนะนำ Medibank เป็น Preferred Provider แต่ไม่บังคับ

กรณีศึกษาที่ 3: นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์จากเชียงใหม่มีอาการปวดท้องรุนแรง ตรวจพบนิ่วในถุงน้ำดี ต้องผ่าตัดฉุกเฉินที่ Royal Prince Alfred Hospital (โรงพยาบาลรัฐ) ค่าใช้จ่ายรวม $6,800 Bupa คุ้มครอง 100% ตาม MBS โดยไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนเกินสำหรับการรักษาในโรงพยาบาลรัฐ อย่างไรก็ตาม ระยะเวลารอคอยผ่าตัดในระบบสาธารณะอาจนานถึง 8-12 สัปดาห์ หากนักศึกษาต้องการผ่าตัดในโรงพยาบาลเอกชนเพื่อลดระยะเวลารอคอย จะมีค่าใช้จ่ายส่วนต่างประมาณ $2,500-$3,500

กรณีศึกษาที่ 4: นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ตั้งครรภ์ระหว่างการศึกษา ต้องฝากครรภ์และคลอดบุตรที่ Westmead Hospital เงื่อนไขการรอคอย 12 เดือนมีผลบังคับใช้กับทุกผู้ให้บริการ OSHC หากนักศึกษาตั้งครรภ์ก่อนครบระยะเวลารอคอย จะไม่ได้รับความคุ้มครองใดๆ ค่าใช้จ่ายการคลอดบุตรในออสเตรเลียอยู่ที่ประมาณ $8,000-$15,000 สำหรับการคลอดธรรมชาติ และ $15,000-$25,000 สำหรับการผ่าคลอด

กระบวนการเคลมและเครือข่ายผู้ให้บริการ

ความสะดวกในการเคลมเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือก OSHC โดยแต่ละบริษัทมีระบบที่แตกต่างกัน:

AHM และ Medibank มีแอปพลิเคชันมือถือที่รองรับการเคลมออนไลน์ด้วยการถ่ายภาพใบเสร็จ ใช้เวลาดำเนินการเฉลี่ย 3-5 วันทำการ Allianz มีระบบ MyHealth Portal ที่เชื่อมต่อกับผู้ให้บริการทางการแพทย์โดยตรง ทำให้ไม่ต้องสำรองจ่ายในหลายกรณี Bupa มีเครือข่าย Members First Provider กว่า 1,200 แห่งทั่วออสเตรเลียที่รับบัตร Bupa โดยตรง

nib และ CBHS มีเครือข่ายผู้ให้บริการที่จำกัดกว่า แต่มีค่าเบี้ยประกันต่ำกว่าเฉลี่ย 8-12% เมื่อเทียบกับผู้ให้บริการรายใหญ่ นักศึกษาในพื้นที่ชนบทหรือเมืองขนาดเล็กควรตรวจสอบเครือข่ายผู้ให้บริการในพื้นที่ก่อนตัดสินใจ

ข้อควรระวังและข้อยกเว้นที่สำคัญ

ข้อยกเว้นที่พบบ่อยในกรมธรรม์ OSHC ทุกฉบับ ได้แก่ การรักษาทางทันตกรรม การตรวจสายตา การทำกายภาพบำบัด และการรักษาภาวะมีบุตรยาก นักศึกษาที่มีโรคประจำตัว (Pre-existing Conditions) ควรตรวจสอบเงื่อนไขการรอคอย 12 เดือนสำหรับอาการที่เป็นอยู่ก่อนการทำประกัน

การรักษาที่เกี่ยวข้องกับกีฬาผาดโผน เช่น สกีน้ำ ดำน้ำลึก หรือกระโดดร่ม อาจถูกยกเว้นความคุ้มครองในบางกรมธรรม์ Allianz และ Bupa ระบุอย่างชัดเจนใน PDS ว่าไม่คุ้มครองการบาดเจ็บจากกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง ในขณะที่ AHM และ nib ไม่ได้ระบุข้อยกเว้นนี้โดยตรง แต่สงวนสิทธิ์ในการพิจารณาเป็นรายกรณี

การเปลี่ยนผู้ให้บริการ OSHC ระหว่างการศึกษา

นักศึกษามีสิทธิ์เปลี่ยนผู้ให้บริการ OSHC ได้ตลอดเวลาโดยไม่เสียสิทธิ์การรอคอยที่สะสมมาแล้ว ภายใต้ Portability Provisions ของ Private Health Insurance Act 2007 การเปลี่ยนผู้ให้บริการต้องดำเนินการภายใน 30 วันหลังจากกรมธรรม์เดิมสิ้นสุดลง เพื่อรักษาสถานะการรอคอยต่อเนื่อง

กระบวนการเปลี่ยนประกอบด้วยการซื้อกรมธรรม์ใหม่และส่ง Clearance Certificate จากผู้ให้บริการเดิมให้กับผู้ให้บริการใหม่ ระยะเวลาการรอคอยที่ยังไม่ครบกำหนดจะถูกโอนไปยังกรมธรรม์ใหม่ ตัวอย่างเช่น หากนักศึกษาถือกรมธรรม์กับ Medibank มาแล้ว 8 เดือน และต้องการเปลี่ยนไปใช้ Bupa ระยะเวลารอคอยสำหรับการตั้งครรภ์จะนับต่อเนื่อง โดยเหลืออีก 4 เดือนก่อนได้รับความคุ้มครองเต็มรูปแบบ

FAQ

Q1: OSHC จำเป็นต้องซื้อก่อนยื่นวีซ่าหรือไม่

ใช่ OSHC ต้องมีผลครอบคลุมตั้งแต่วันที่เดินทางถึงออสเตรเลีย นักศึกษาควรซื้อกรมธรรม์และได้รับ Certificate of Insurance ก่อนยื่นวีซ่า Subclass 500 กรมธรรม์ต้องครอบคลุมระยะเวลาหลักสูตรทั้งหมดบวกเพิ่มอีก 1-3 เดือน ขึ้นอยู่กับวันที่หลักสูตรสิ้นสุด หากหลักสูตรสิ้นสุดในเดือนพฤศจิกายน ควรซื้อ OSHC ถึงวันที่ 31 ธันวาคมของปีนั้น

Q2: หากป่วยก่อนเดินทางถึงออสเตรเลีย OSHC จะคุ้มครองหรือไม่

OSHC จะเริ่มคุ้มครองเมื่อนักศึกษาเดินทางถึงออสเตรเลียเท่านั้น การรักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ระบุในกรมธรรม์ว่าเป็นวันเริ่มต้นความคุ้มครองจะไม่ได้รับความคุ้มครอง นักศึกษาควรมีประกันการเดินทางระหว่างประเทศสำหรับช่วงก่อนและระหว่างการเดินทาง

Q3: OSHC คุ้มครองการรักษา COVID-19 หรือไม่

OSHC คุ้มครองการรักษา COVID-19 เช่นเดียวกับการรักษาโรคระบบทางเดินหายใจอื่นๆ ตามที่ระบุใน MBS การตรวจหาเชื้อ COVID-19 ที่มีคำสั่งจากแพทย์จะได้รับความคุ้มครอง แต่ชุดตรวจด้วยตนเอง (RAT) ไม่ได้รับความคุ้มครอง การรักษาในโรงพยาบาลรัฐไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่ม ส่วนการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนอาจมี gap payment เกิดขึ้น

参考资料


Share this post:

Scan with WeChat to share this page

QR code for this page

Link copied

Related articles


Previous
OSHC University Scenario th #17
Next
OSHC University Scenario th #19