Skip to content
oshc.net Coastal Dispatch · student health cover AU
Go back

OSHC University Scenario th #2

OSHC คืออะไรและทำไมนักศึกษามหาวิทยาลัยต้องมี

Overseas Student Health Cover (OSHC) เป็นประกันสุขภาพภาคบังคับสำหรับนักศึกษาต่างชาติที่ถือวีซ่านักเรียนออสเตรเลีย (subclass 500) ตามข้อกำหนดของ กระทรวงมหาดไทยออสเตรเลีย (Department of Home Affairs) นักศึกษาทุกคนต้องมี OSHC ที่มีผลบังคับใช้ตลอดระยะเวลาที่พำนักอยู่ในออสเตรเลีย การไม่มีประกันอาจส่งผลให้วีซ่าถูกยกเลิกหรือไม่ได้รับการต่ออายุ

จากข้อมูลของ กระทรวงศึกษาธิการออสเตรเลีย (Department of Education) ระบุว่าในปี 2025 มีนักศึกษาต่างชาติลงทะเบียนเรียนในมหาวิทยาลัยออสเตรเลียมากกว่า 700,000 คน โดยส่วนใหญ่เลือกทำประกันกับผู้ให้บริการที่ได้รับอนุมัติจากรัฐบาล 5 ราย ได้แก่ AHM, Allianz Care Australia, Bupa, Medibank และ nib การเลือกแผนประกันที่เหมาะสมมีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจาก เงื่อนไขกรมธรรม์ แต่ละบริษัทแตกต่างกัน โดยเฉพาะในด้านการคุ้มครองผู้ป่วยนอก ค่ายา และการรักษาพยาบาลจิตเวช

นักศึกษาต่างชาติในมหาวิทยาลัยออสเตรเลีย

เปรียบเทียบความคุ้มครองพื้นฐานของ OSHC แต่ละบริษัท

OSHC ทุกบริษัท ต้องให้ความคุ้มครองขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งรวมถึงการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาล การรักษาฉุกเฉิน และการจ่ายยาตามใบสั่งแพทย์บางส่วน อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างที่สำคัญ อยู่ที่วงเงินความคุ้มครองและบริการเสริมที่แต่ละบริษัทเสนอให้

AHM OSHC ให้ความคุ้มครองการรักษาผู้ป่วยนอกสูงสุด 100% ของค่าแพทย์ตามตาราง Medicare Benefits Schedule (MBS) โดยมีวงเงินไม่จำกัดสำหรับการรักษาในโรงพยาบาลรัฐบาล ในขณะที่ Allianz Care Australia เน้นความคุ้มครองด้านสุขภาพจิต โดยให้ค่าปรึกษาจิตวิทยาสูงสุด $500 ต่อปี ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดที่ $300-400 ต่อปี Bupa OSHC โดดเด่นด้วยเครือข่ายโรงพยาบาลเอกชนที่กว้างขวางและบริการแปลภาษาฟรี 24/7 สำหรับนักศึกษาต่างชาติ Medibank มีโปรแกรมสุขภาพเชิงป้องกันที่ครอบคลุม เช่น การตรวจสุขภาพประจำปีฟรี และ nib OSHC ให้วงเงินค่ายาสูงสุด $600 ต่อปี สูงกว่าคู่แข่งบางรายที่ให้เพียง $500

ความคุ้มครองผู้ป่วยนอก: จุดแตกต่างสำคัญของ AHM และ Allianz

การรักษาผู้ป่วยนอกหรือ Outpatient Services เป็นส่วนที่นักศึกษามหาวิทยาลัยใช้บ่อยที่สุด เนื่องจากครอบคลุมการพบแพทย์ทั่วไป (GP) การตรวจเลือด และการเอกซเรย์ AHM ให้ความคุ้มครอง 100% ของค่า GP ตาม MBS โดยไม่มีขีดจำกัดจำนวนครั้งต่อปี ทำให้เหมาะสำหรับนักศึกษาที่มีปัญหาสุขภาพเรื้อรังหรือต้องการพบแพทย์บ่อยครั้ง

Allianz Care Australia ให้ความคุ้มครอง 100% เช่นกัน แต่มีเงื่อนไขเพิ่มเติมว่าต้องใช้บริการจาก Direct Billing Network ของ Allianz เท่านั้น หากไปพบแพทย์นอกเครือข่าย นักศึกษาอาจต้องจ่ายส่วนต่างเองก่อนแล้วจึงยื่นเคลมในภายหลัง ซึ่งอาจใช้เวลาดำเนินการ 5-10 วันทำการ ในทางกลับกัน Bupa และ Medibank มีระบบเคลมผ่านแอปพลิเคชันที่รวดเร็ว โดย Bupa รับประกันการคืนเงินภายใน 48 ชั่วโมงสำหรับการเคลมที่มีมูลค่าต่ำกว่า $100

การรักษาในโรงพยาบาล: ข้อควรระวังเกี่ยวกับส่วนเกินและวงเงิน

การรักษาในโรงพยาบาล เป็นความคุ้มครองหลักที่ OSHC ทุกบริษัทต้องมี ครอบคลุมค่าห้อง ค่าอาหาร ค่าพยาบาล และค่าผ่าตัดในโรงพยาบาลรัฐบาลและเอกชนบางแห่ง AHM และ Allianz ครอบคลุมการรักษาในโรงพยาบาลรัฐบาล 100% โดยไม่มีส่วนเกิน (Excess) สำหรับการเข้าพักรักษาตัว อย่างไรก็ตาม หากเลือกใช้โรงพยาบาลเอกชน นักศึกษาอาจต้องจ่ายส่วนเกินตามที่ระบุใน ตารางกรมธรรม์ ซึ่งโดยทั่วไปอยู่ที่ $500-750 ต่อครั้ง

Bupa เสนอทางเลือกให้ลดส่วนเกินลงเหลือ $250 หากเลือกแผนที่มีค่าเบี้ยประกันสูงขึ้นเล็กน้อย Medibank มีข้อได้เปรียบสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยกลุ่ม Go8 (Group of Eight) โดยมีข้อตกลงพิเศษกับโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบางแห่งให้ไม่ต้องจ่ายส่วนเกินเลย nib เน้นความโปร่งใสโดยระบุวงเงินความคุ้มครองการผ่าตัดใหญ่ไว้ชัดเจนที่ $100,000 ต่อปี ซึ่งเพียงพอสำหรับการผ่าตัดทั่วไป แต่ควรตรวจสอบกับโรงพยาบาลก่อนเข้ารับการรักษาเพื่อป้องกันค่าใช้จ่ายส่วนเกิน

คุ้มครองค่ายา: nib โดดเด่นด้วยวงเงินสูงสุด

Pharmaceutical Benefits เป็นอีกหนึ่งหัวข้อที่นักศึกษาควรให้ความสำคัญ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ต้องใช้ยาต่อเนื่อง nib OSHC ให้วงเงินค่ายาสูงสุด $600 ต่อปี ครอบคลุมยาที่อยู่ในบัญชี Pharmaceutical Benefits Scheme (PBS) โดยนักศึกษาจ่ายเพียง $30 ต่อรายการยา ส่วนที่เหลือ nib เป็นผู้รับผิดชอบ

AHM และ Allianz ให้วงเงินค่ายาที่ $500 ต่อปี โดยมีเงื่อนไขคล้ายคลึงกันคือคุ้มครองเฉพาะยาที่แพทย์สั่งและอยู่ในบัญชี PBS Bupa ให้วงเงิน $500 เช่นกัน แต่มีบริการจัดส่งยาถึงบ้านฟรีสำหรับนักศึกษาที่อาศัยในเขตเมืองใหญ่ Medibank มีโปรแกรมส่วนลดค่ายาสูงสุด 20% สำหรับยาที่ซื้อจากร้านขายยาที่เป็นพันธมิตร ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับนักศึกษาที่ต้องใช้ยานอกบัญชี PBS

การคุ้มครองสุขภาพจิต: Allianz เป็นผู้นำด้านนี้

Mental Health Services กลายเป็นประเด็นสำคัญสำหรับนักศึกษาต่างชาติที่ต้องปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ จากรายงานของ Ombudsman ประกันสุขภาพเอกชน (PHI Ombudsman) ในปี 2025 ระบุว่าการเคลมเกี่ยวกับสุขภาพจิตในกลุ่มนักศึกษาต่างชาติเพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า Allianz Care Australia ให้ความคุ้มครองค่าปรึกษาจิตวิทยาและจิตแพทย์สูงสุด $500 ต่อปี โดยไม่ต้องรอระยะเวลา (Waiting Period) สำหรับบริการผู้ป่วยนอก

AHM ให้ความคุ้มครอง $400 ต่อปี โดยครอบคลุมการปรึกษาทั้งแบบพบหน้าและทางวิดีโอคอล Bupa ให้ความคุ้มครอง $350 ต่อปี แต่มีบริการสายด่วนให้คำปรึกษาด้านจิตใจ 24/7 ในหลายภาษา รวมถึงภาษาจีนกลางและภาษาฮินดี Medibank มีโปรแกรมสุขภาพจิตที่รวมการทำสมาธิและโยคะออนไลน์ฟรีสำหรับสมาชิก nib ให้ความคุ้มครอง $300 ต่อปี แต่ชดเชยด้วยการมีแอปพลิเคชันติดตามสุขภาพจิตที่ใช้งานง่ายและมีเนื้อหาภาษาไทย

ค่าเบี้ยประกันและส่วนลดสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัย

ค่าเบี้ยประกัน OSHC แตกต่างกันตามผู้ให้บริการ ระยะเวลาความคุ้มครอง และประเภทของแผน AHM มักเสนอราคาที่แข่งขันได้สำหรับนักศึกษาที่ซื้อประกันแบบรายปี โดยมีส่วนลดสูงสุด 10% สำหรับการชำระเงินล่วงหน้า 12 เดือน Allianz มีส่วนลดสำหรับนักศึกษาที่สมัครผ่านมหาวิทยาลัยพันธมิตร โดยสามารถประหยัดได้ถึง 5-8% ของค่าเบี้ยประกันปกติ

Bupa มีโปรแกรมสะสมคะแนนสมาชิกที่สามารถแลกเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันในปีถัดไป Medibank เสนอราคาพิเศษสำหรับนักศึกษาที่ทำประกันร่วมกับเพื่อนหรือครอบครัว nib มีโครงสร้างราคาที่เรียบง่ายและไม่มีการบวกเพิ่มสำหรับนักศึกษาที่มีประวัติสุขภาพเดิม (Pre-existing Conditions) หลังจากพ้นระยะเวลารอคอย 12 เดือน ตามข้อกำหนดของ Private Health Insurance Act 2007

นักศึกษาปรึกษาเรื่องประกันสุขภาพ

FAQ

Q1: OSHC จำเป็นสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยทุกคนหรือไม่

ใช่ นักศึกษาต่างชาติทุกคนที่ถือวีซ่านักเรียนออสเตรเลีย (subclass 500) ต้องมี OSHC ที่มีผลบังคับใช้ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในออสเตรเลีย ตามข้อกำหนดของ กระทรวงมหาดไทยออสเตรเลีย หากประกันหมดอายุระหว่างการศึกษา นักศึกษาต้องต่ออายุทันที มิฉะนั้นอาจถูกยกเลิกวีซ่า นักศึกษาจากบางประเทศที่มีข้อตกลงพิเศษ (เช่น นอร์เวย์ สวีเดน) อาจได้รับการยกเว้น แต่ต้องตรวจสอบกับสถานทูตก่อนเดินทาง

Q2: OSHC ครอบคลุมการตั้งครรภ์และการคลอดบุตรหรือไม่

ครอบคลุม แต่มีระยะเวลารอคอย 12 เดือนสำหรับการตั้งครรภ์และการคลอดบุตร หากนักศึกษาตั้งครรภ์ก่อนทำประกันหรือภายใน 12 เดือนแรก กรมธรรม์จะไม่คุ้มครองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง วงเงินความคุ้มครองแตกต่างกันตามบริษัท โดย AHM และ Allianz คุ้มครองการคลอดบุตรในโรงพยาบาลรัฐบาลเต็มจำนวน Bupa และ Medibank มีวงเงินจำกัดที่ $5,000-8,000 สำหรับโรงพยาบาลเอกชน

Q3: สามารถเปลี่ยนบริษัท OSHC ระหว่างเรียนได้หรือไม่

ได้ นักศึกษาสามารถเปลี่ยนผู้ให้บริการ OSHC ได้ตลอดเวลา โดยต้องแจ้ง กระทรวงมหาดไทย ผ่านระบบ ImmiAccount ภายใน 7 วันหลังจากเปลี่ยนประกัน ควรตรวจสอบว่าไม่มีช่องว่างของความคุ้มครองระหว่างการเปลี่ยน และควรเปรียบเทียบเงื่อนไขการคุ้มครอง Pre-existing Conditions กับบริษัทใหม่ เนื่องจากอาจมีระยะเวลารอคอยใหม่หากเปลี่ยนผู้ให้บริการ

参考资料


Share this post:

Scan with WeChat to share this page

QR code for this page

Link copied

Related articles


Previous
OSHC University Scenario th #1
Next
OSHC University Scenario th #3