Skip to content
oshc.net Coastal Dispatch · student health cover AU
Go back

OSHC University Scenario th #12

จากข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยออสเตรเลีย (Department of Home Affairs) ระบุว่าในปี 2023 มีนักเรียนต่างชาติลงทะเบียนเรียนในระดับอุดมศึกษามากกว่า 400,000 คน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยนักเรียนไทยเป็นหนึ่งในกลุ่มที่เติบโตเร็วที่สุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา OSHC (Overseas Student Health Cover) จึงเป็นข้อบังคับตามเงื่อนไขวีซ่านักเรียน (Subclass 500) ที่นักเรียนไทยทุกคนต้องมีก่อนเดินทางถึงออสเตรเลีย

รายงานจาก Private Health Insurance Ombudsman (PHIO) ประจำปี 2022-2023 ชี้ว่าข้อร้องเรียนเกี่ยวกับ OSHC ส่วนใหญ่เกิดจากความเข้าใจผิดในขอบเขตความคุ้มครอง โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาลภายในมหาวิทยาลัยและบริการสุขภาพจิต บทความนี้จะช่วยให้นักเรียนไทยเข้าใจสถานการณ์จริงที่อาจเกิดขึ้นในรั้วมหาวิทยาลัย พร้อมเปรียบเทียบเงื่อนไขกรมธรรม์จากผู้ให้บริการหลักอย่างชัดเจน

สถานการณ์พื้นฐานในมหาวิทยาลัยที่ OSHC คุ้มครอง

เมื่อคุณเป็นนักเรียนไทยในมหาวิทยาลัยออสเตรเลีย สิ่งแรกที่ควรรู้คือ บริการสุขภาพภายในมหาวิทยาลัย (University Health Services) ส่วนใหญ่จะเรียกเก็บค่าบริการแบบ Bulk Billing ซึ่งหมายความว่าแพทย์จะเรียกเก็บเงินจาก OSHC โดยตรงโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายส่วนต่าง กรณีนี้ครอบคลุมการตรวจรักษาทั่วไป เช่น ไข้หวัด ภูมิแพ้ หรือการบาดเจ็บเล็กน้อยจากการเล่นกีฬาในมหาวิทยาลัย

อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขตาม กรมธรรม์ OSHC มาตรฐาน จากผู้ให้บริการอย่าง Medibank, Bupa, Allianz Care และ nib จะคุ้มครองเฉพาะค่าบริการตามตาราง MBS (Medicare Benefits Schedule) เท่านั้น หากคลินิกในมหาวิทยาลัยคิดค่าบริการสูงกว่าอัตรา MBS คุณอาจต้องรับผิดชอบส่วนต่างด้วยตนเอง ดังนั้นควรตรวจสอบกับคลินิกก่อนเข้ารับบริการทุกครั้ง

ความแตกต่างระหว่างผู้ให้บริการ OSHC ในกรณีเดียวกัน

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองเปรียบเทียบสถานการณ์: นักเรียนไทยมีอาการปวดท้องรุนแรงและต้องเข้ารับการตรวจที่ศูนย์สุขภาพมหาวิทยาลัย ซึ่งแพทย์วินิจฉัยว่าต้องอัลตราซาวด์และตรวจเลือดเพิ่มเติม

ความแตกต่างนี้แสดงให้เห็นว่า การเลือกผู้ให้บริการ OSHC มีผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายที่คุณต้องรับผิดชอบเอง แม้จะเป็นเหตุการณ์เดียวกันในสถานที่เดียวกันก็ตาม

การรักษาสุขภาพจิตในมหาวิทยาลัยกับ OSHC

มหาวิทยาลัยในออสเตรเลียส่วนใหญ่มี บริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต (Counselling Services) ฟรีสำหรับนักเรียนทุกคน โดยไม่ต้องใช้ OSHC แต่หากที่ปรึกษาแนะนำให้พบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาคลินิก OSHC จะเข้ามามีบทบาท

เงื่อนไขสำคัญที่ต้องทราบคือ การรักษาสุขภาพจิตผู้ป่วยนอก (Outpatient Psychiatric Services) ถูกจำกัดความคุ้มครองใน OSHC ทุกค่าย โดยทั่วไปจะคุ้มครองเพียง 60-85% ของค่าธรรมเนียมที่กำหนดไว้ใน MBS และมักมีวงเงินสูงสุดต่อปี เช่น nib OSHC จำกัดที่ $500 ต่อปีสำหรับบริการจิตวิทยา ในขณะที่ Bupa OSHC ให้วงเงินสูงถึง $800 ต่อปี

นอกจากนี้ ยังมี ระยะเวลารอคอย (Waiting Period) สำหรับโรคทางจิตเวชที่เกิดขึ้นก่อนทำประกัน (Pre-existing Conditions) นานถึง 12 เดือน ซึ่งเป็นข้อแตกต่างสำคัญจากบริการสุขภาพกายทั่วไปที่มีระยะเวลารอคอยเพียง 2 เดือน

การบาดเจ็บจากกิจกรรมในมหาวิทยาลัย

กิจกรรมกีฬาและสันทนาการเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในมหาวิทยาลัย แต่การบาดเจ็บที่เกิดขึ้นอาจไม่อยู่ในความคุ้มครองของ OSHC เสมอไป ตัวอย่างเช่น การบาดเจ็บจากการเล่นรักบี้ในชมรมกีฬามหาวิทยาลัย โดยทั่วไป OSHC จะคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉินและการทำกายภาพบำบัดตาม MBS

แต่มีข้อยกเว้นสำคัญ: หากการบาดเจ็บนั้นเกิดจาก กีฬาที่มีความเสี่ยงสูง (High-risk Sports) เช่น สกีน้ำ ปีนหน้าผา หรือมอเตอร์สปอร์ต บางกรมธรรม์อาจปฏิเสธความคุ้มครอง โดยเฉพาะ Allianz Care ที่ระบุชัดเจนในเอกสาร Product Disclosure Statement (PDS) ว่าการบาดเจ็บจากกีฬาเสี่ยงสูงบางประเภทไม่อยู่ในความคุ้มครองมาตรฐาน

ในทางกลับกัน Medibank และ Bupa OSHC มีความยืดหยุ่นมากกว่า โดยคุ้มครองการบาดเจ็บจากกีฬาทุกประเภทตราบใดที่ไม่ใช่การแข่งขันระดับอาชีพ อย่างไรก็ตาม ค่ากายภาพบำบัด (Physiotherapy) จะถูกจำกัดจำนวนครั้งต่อปี เช่น nib อนุญาตสูงสุด 5 ครั้งต่อปีตาม MBS

ยาที่จ่ายโดยคลินิกมหาวิทยาลัย

คลินิกในมหาวิทยาลัยหลายแห่งมีร้านขายยาขนาดเล็กหรือสามารถจ่ายยาพื้นฐานได้โดยตรง OSHC จะคุ้มครอง ค่ายาตามใบสั่งแพทย์ (Prescription Medicines) ในอัตราที่แตกต่างกัน

สิ่งสำคัญคือ ยาที่อยู่ในบัญชี PBS (Pharmaceutical Benefits Scheme) เท่านั้นที่จะได้รับความคุ้มครอง หากแพทย์สั่งยานอกบัญชี PBS คุณต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเต็มจำนวน นอกจากนี้ วงเงินค่ายารวมต่อปีของทุกผู้ให้บริการอยู่ที่ $300 ต่อบุคคล ซึ่งอาจไม่เพียงพอสำหรับผู้ที่มีโรคเรื้อรัง

การส่งตัวไปโรงพยาบาลจากมหาวิทยาลัย

ในกรณีที่ แพทย์ประจำมหาวิทยาลัยส่งตัวคุณไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลรัฐ (Public Hospital) OSHC จะคุ้มครองค่ารักษาแบบผู้ป่วยใน 100% ตาม MBS รวมถึงค่าห้องพักรวม (Shared Ward) และค่ารักษาพยาบาลที่จำเป็น

แต่สิ่งที่นักเรียนไทยมักไม่ทราบคือ ค่ารถพยาบาล (Ambulance Services) ที่เรียกจากมหาวิทยาลัยไปโรงพยาบาลนั้น OSHC ส่วนใหญ่คุ้มครองเฉพาะรถพยาบาลฉุกเฉินที่ให้บริการโดยรัฐบาลของรัฐนั้นๆ เท่านั้น หากรถพยาบาลเอกชนมารับคุณโดยที่คุณไม่ได้ร้องขอ อาจเกิดค่าใช้จ่ายที่ไม่ครอบคลุม

นอกจากนี้ หากแพทย์ส่งตัวคุณไป โรงพยาบาลเอกชน (Private Hospital) OSHC จะคุ้มครองเฉพาะค่าแพทย์และค่าห้องพักตามอัตรา MBS ซึ่งมักต่ำกว่าค่าใช้จ่ายจริงมาก ทำให้คุณต้องจ่ายส่วนต่างจำนวนมาก ทางที่ดีควรสอบถามแพทย์ให้แน่ใจว่าเป็นการส่งตัวไปโรงพยาบาลรัฐ ยกเว้นในกรณีฉุกเฉินที่ไม่มีทางเลือก

ข้อควรระวังเกี่ยวกับบริการทางไกล (Telehealth) ในมหาวิทยาลัย

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยหลายแห่งเริ่มให้บริการ Telehealth สำหรับนักศึกษาที่ไม่สะดวกเดินทางมาคลินิก OSHC ทุกผู้ให้บริการปัจจุบันคุ้มครองการปรึกษาแพทย์ทางไกลในอัตราเดียวกับการพบแพทย์ที่คลินิก ตามการปรับปรุงนโยบาย MBS ชั่วคราวที่กลายเป็นถาวรในปี 2024

อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขสำคัญคือ แพทย์ที่ให้บริการทางไกลต้องลงทะเบียนกับ Medicare Australia และมีหมายเลขผู้ให้บริการที่ถูกต้อง หากคุณใช้บริการ Telehealth ผ่านแพลตฟอร์มเอกชนที่ไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัย ควรตรวจสอบว่าแพทย์ผู้นั้นมีสิทธิ์เรียกเก็บเงินจาก OSHC หรือไม่

อีกประเด็นหนึ่งคือ ใบสั่งยาที่ออกผ่าน Telehealth จะต้องเป็นใบสั่งยาอิเล็กทรอนิกส์ (e-Prescription) ที่ส่งตรงไปยังร้านขายยาที่ร่วมรายการเท่านั้น จึงจะได้รับความคุ้มครองค่ายาตามเงื่อนไขปกติ

FAQ

Q1: OSHC ครอบคลุมการตรวจสุขภาพประจำปีที่มหาวิทยาลัยหรือไม่

OSHC ไม่ครอบคลุมการตรวจสุขภาพประจำปี (Annual Health Check-up) ที่ไม่มีความจำเป็นทางการแพทย์ เนื่องจากเป็นการตรวจเชิงป้องกัน ไม่ใช่การรักษาโรคหรือการบาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม หากแพทย์ประจำมหาวิทยาลัยตรวจพบความผิดปกติและต้องตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม เช่น ตรวจเลือดหรือเอกซเรย์เพื่อหาสาเหตุของอาการ OSHC จะคุ้มครองตามอัตรา MBS

Q2: หากต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย OSHC จ่ายค่าห้องแบบเดี่ยวหรือไม่

OSHC คุ้มครองเฉพาะ ค่าห้องพักรวม (Shared Ward) ในโรงพยาบาลรัฐตามอัตรา MBS เท่านั้น หากคุณต้องการห้องเดี่ยว (Single Room) คุณต้องจ่ายส่วนต่างเองทั้งหมด ซึ่งอาจอยู่ที่ $200-$500 ต่อคืน ขึ้นอยู่กับโรงพยาบาลและรัฐที่คุณพักอาศัย

Q3: ระยะเวลารอคอยสำหรับโรคที่เป็นก่อนเดินทางถึงออสเตรเลียคือกี่เดือน

สำหรับโรคทั่วไป ระยะเวลารอคอย (Waiting Period) คือ 2 เดือนนับจากวันที่คุณเดินทางถึงออสเตรเลียหรือวันที่กรมธรรม์เริ่มมีผล แล้วแต่วันใดถึงก่อน แต่สำหรับโรคทางจิตเวชที่เป็นมาก่อน (Pre-existing Psychiatric Conditions) ระยะเวลารอคอยขยายเป็น 12 เดือน ในทุกผู้ให้บริการ OSHC ตามข้อกำหนดของรัฐบาลออสเตรเลีย

参考资料


Share this post:

Scan with WeChat to share this page

QR code for this page

Link copied

Related articles


Previous
OSHC University Scenario th #11
Next
OSHC University Scenario th #13