Skip to content
oshc.net Coastal Dispatch · student health cover AU
Go back

OSHC Visa Guide th #8

นักศึกษาต่างชาติทุกคนที่ถือวีซ่านักเรียนออสเตรเลีย (subclass 500) จำเป็นต้องมีประกันสุขภาพสำหรับนักศึกษาต่างชาติ หรือ Overseas Student Health Cover (OSHC) ตลอดระยะเวลาที่พำนักอยู่ในออสเตรเลีย ข้อมูลจาก Department of Home Affairs ระบุว่า ณ เดือนธันวาคม 2025 มีนักศึกษาต่างชาติถือวีซ่า subclass 500 มากกว่า 650,000 คน ซึ่งทุกคนต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขวีซ่าข้อ 8501 อย่างเคร่งครัด การไม่มี OSHC ที่ถูกต้องอาจนำไปสู่การปฏิเสธการต่ออายุวีซ่าหรือแม้แต่การยกเลิกวีซ่าได้ องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่าค่ารักษาพยาบาลในออสเตรเลียสำหรับผู้ป่วยต่างชาติที่ไม่มีประกันอาจสูงถึง 1,500 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อวันสำหรับการรักษาในโรงพยาบาล ซึ่งตอกย้ำความสำคัญของ OSHC ในฐานะเครื่องมือคุ้มครองทางการเงินที่ขาดไม่ได้

ข้อกำหนด OSHC ตามกฎหมายวีซ่านักเรียน

เงื่อนไขวีซ่า 8501 กำหนดให้ผู้ถือวีซ่านักเรียนต้องจัดให้มีและคงไว้ซึ่ง OSHC ที่ครอบคลุมสมาชิกในครอบครัวทุกคนที่เดินทางมาด้วย โดยประกันต้องมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่เดินทางถึงออสเตรเลีย ไม่ใช่วันที่เริ่มเรียน ตามคู่มือ Migration Regulations 1994 การไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขนี้ถือเป็นการละเมิดวีซ่าที่มีโทษร้ายแรง OSHC ต้องให้ความคุ้มครองขั้นต่ำตามที่รัฐบาลออสเตรเลียกำหนด ซึ่งรวมถึงการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาล การรักษาฉุกเฉิน และยาที่ต้องสั่งโดยแพทย์บางรายการ

ระยะเวลาความคุ้มครองที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ระยะเวลาของ OSHC ต้องครอบคลุมตั้งแต่ก่อนวันเดินทางถึงออสเตรเลียเล็กน้อยและสิ้นสุดหลังวีซ่าหมดอายุ โดยทั่วไปแล้ว กรมตรวจคนเข้าเมืองแนะนำให้ซื้อ OSHC ล่วงหน้า 1-2 สัปดาห์ก่อนเดินทางถึง และต่ออายุให้ครอบคลุมจนถึง 1-3 เดือนหลังจากวันสิ้นสุดวีซ่า เพื่อป้องกันช่องว่างความคุ้มครองระหว่างรอวีซ่าใหม่หรือการเดินทางกลับ ข้อมูลจาก Overseas Student Ombudsman ระบุว่าในปี 2024 มีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับช่องว่างความคุ้มครอง OSHC มากกว่า 200 กรณี ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการคำนวณวันที่ผิดพลาด

การเปรียบเทียบกองทุน OSHC ทั้ง 6 แห่ง

ปัจจุบันมีผู้ให้บริการ OSHC ที่ได้รับอนุมัติจากรัฐบาลออสเตรเลียทั้งหมด 6 ราย ได้แก่ AHM OSHC, Allianz Care Australia, Bupa Australia, CBHS International Health, Medibank Comprehensive OSHC และ NIB OSHC แต่ละกองทุนมีจุดเด่นและข้อจำกัดแตกต่างกัน การเลือกกองทุนที่เหมาะสมต้องพิจารณาจากความคุ้มครองทางการแพทย์ เบี้ยประกัน ความสะดวกในการเคลม และบริการสนับสนุนภาษาไทยหรือภาษาจีน

AHM OSHC: จุดเด่นด้านราคาและเครือข่าย

AHM OSHC มักมีเบี้ยประกันต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตลาดประมาณ 5-10% สำหรับบุคคลเดี่ยว และมีเครือข่ายผู้ให้บริการทางการแพทย์ที่กว้างขวางผ่าน Medibank อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดสำคัญคือการเคลมค่าจิตแพทย์และบริการสุขภาพจิตมีวงเงินต่อปีต่ำกว่ากองทุนอื่นอย่าง Allianz ประมาณ 200 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี นักศึกษาที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับสุขภาพจิตควรตรวจสอบตารางผลประโยชน์โดยละเอียดก่อนตัดสินใจ

Allianz Care Australia: ความคุ้มครองสุขภาพจิตที่เหนือกว่า

Allianz Care Australia โดดเด่นในด้านความคุ้มครองสุขภาพจิต โดยให้วงเงินสูงถึง 1,200 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปีสำหรับบริการจิตวิทยาและจิตเวช ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ประมาณ 800 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ข้อมูลจากแบบสอบถามอิสระในปี 2024 ต่อนักศึกษาต่างชาติจำนวน 1,200 คน พบว่า 68% ของผู้ใช้ Allianz รายงานความพึงพอใจระดับสูงต่อกระบวนการเคลมสุขภาพจิต ในขณะที่ค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมอยู่ที่ 52% (ข้อมูลการสำรวจตลาด, 2024, n=1,200, แบบสอบถามความพึงพอใจผู้ใช้ OSHC) นอกจากนี้ Allianz ยังมีแอปพลิเคชันมือถือที่รองรับหลายภาษา รวมถึงภาษาไทยและจีน ซึ่งอำนวยความสะดวกในการยื่นเคลมและค้นหาผู้ให้บริการ### Bupa Australia: เครือข่ายโรงพยาบาลเอกชนที่กว้างขวาง

Bupa OSHC มีข้อได้เปรียบด้านเครือข่ายโรงพยาบาลเอกชนในเครือ Members First ที่ให้ส่วนลดค่าห้องและค่าบริการสำหรับผู้ถือ OSHC โดยมีโรงพยาบาลเข้าร่วมมากกว่า 200 แห่งทั่วออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม เบี้ยประกันของ Bupa สำหรับคู่รักและครอบครัวมักสูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดประมาณ 8-12% นักศึกษาที่วางแผนพาคู่สมรสหรือบุตรมาด้วยควรเปรียบเทียบราคากับ Medibank และ NIB อย่างละเอียด

CBHS International Health และ NIB OSHC: ตัวเลือกสำหรับกลุ่มเฉพาะ

CBHS International Health เป็นกองทุนขนาดเล็กที่มีเบี้ยประกันแข่งขันได้ แต่เครือข่ายผู้ให้บริการโดยตรงจำกัดกว่าเมื่อเทียบกับ Bupa หรือ Medibank NIB OSHC มีจุดเด่นด้านความยืดหยุ่นในการชำระเงินรายเดือน และมีโปรแกรมส่วนลดสำหรับนักศึกษาที่ต่ออายุต่อเนื่อง 2 ปีขึ้นไป โดยให้ส่วนลดสูงสุด 5% สำหรับการต่ออายุปีที่สาม

Medibank Comprehensive OSHC: ความคุ้มครองยาที่ครอบคลุม

Medibank Comprehensive OSHC ให้วงเงินค่ายาที่ต้องสั่งโดยแพทย์สูงถึง 500 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี ซึ่งสูงกว่าขั้นต่ำที่รัฐบาลกำหนดที่ 300 ดอลลาร์ออสเตรเลีย นอกจากนี้ Medibank ยังมีบริการ Health Support Line ที่ให้คำปรึกษาทางการแพทย์ทางโทรศัพท์ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน โดยมีล่ามภาษาจีนและไทยให้บริการ ทำให้นักศึกษาที่กังวลเรื่องอุปสรรคด้านภาษาได้รับความสะดวกเพิ่มขึ้น

ขั้นตอนการต่ออายุ OSHC สำหรับการขยายวีซ่า

เมื่อนักศึกษาต้องการขยายวีซ่าเนื่องจากเปลี่ยนหลักสูตร เรียนต่อระดับสูงขึ้น หรือทำวิทยานิพนธ์เพิ่มเติม การต่ออายุ OSHC เป็นขั้นตอนบังคับที่ต้องดำเนินการก่อนยื่นขอวีซ่าใหม่ กระบวนการเริ่มจากการขอใบเสนอราคาจากกองทุนเดิมหรือกองทุนใหม่ โดยระบุวันที่เริ่มต้นและสิ้นสุดที่สอดคล้องกับระยะเวลาวีซ่าที่คาดว่าจะได้รับ นักศึกษาต้องชำระเบี้ยประกันและได้รับ Certificate of Insurance ฉบับใหม่ก่อนยื่นคำร้องขอวีซ่าผ่านระบบ ImmiAccount

การหลีกเลี่ยงช่องว่างความคุ้มครองระหว่างเปลี่ยนกองทุน

หากนักศึกษาตัดสินใจเปลี่ยนกองทุน OSHC ระหว่างการต่ออายุ ช่องว่างความคุ้มครอง คือความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจัดการ โดยต้องตรวจสอบว่ากรมธรรม์ใหม่เริ่มต้นทันทีหลังจากกรมธรรม์เดิมสิ้นสุดลง โดยไม่มีวันว่างระหว่างกัน ข้อมูลจาก Private Health Insurance Ombudsman ระบุว่าในปี 2023-2024 มีกรณีร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิเสธการเคลมเนื่องจากช่องว่างความคุ้มครองระหว่างเปลี่ยนกองทุนจำนวน 87 กรณี นักศึกษาควรขอเอกสารยืนยันวันที่มีผลบังคับใช้จากทั้งสองกองทุนเป็นลายลักษณ์อักษร

ข้อยกเว้น OSHC สำหรับบางสัญชาติ

นักศึกษาจากบางประเทศที่ระบบประกันสุขภาพแห่งชาติทำข้อตกลง Reciprocal Health Care Agreement (RHCA) กับออสเตรเลียอาจได้รับการยกเว้น OSHC บางส่วน ประเทศที่มี RHCA ได้แก่ สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ สวีเดน เนเธอร์แลนด์ ฟินแลนด์ เบลเยียม นอร์เวย์ สโลวีเนีย มอลตา และอิตาลี อย่างไรก็ตาม RHCA ให้ความคุ้มครองเฉพาะการรักษาที่จำเป็นทางการแพทย์ (Medically Necessary Treatment) ภายใต้ระบบ Medicare ของออสเตรเลียเท่านั้น ไม่ครอบคลุมการรักษาในโรงพยาบาลเอกชน ค่ายา หรือบริการรถพยาบาล นักศึกษาที่เข้าเงื่อนไขยังคงแนะนำให้ซื้อ OSHC เพื่อความคุ้มครองที่ครอบคลุม

การเคลม OSHC: กระบวนการและเอกสารที่จำเป็น

กระบวนการเคลม OSHC แตกต่างกันไปตามแต่ละกองทุน แต่โดยทั่วไปมีสองวิธีหลัก คือ การเคลมโดยตรงที่จุดบริการ (On-the-spot Claim) สำหรับผู้ให้บริการในเครือข่าย และการเคลมย้อนหลัง (Manual Claim) โดยส่งใบเสร็จและแบบฟอร์มเคลม เอกสารที่จำเป็นโดยทั่วไปประกอบด้วย ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลต้นฉบับ ใบส่งตัวจากแพทย์ทั่วไป (GP Referral) สำหรับการพบแพทย์เฉพาะทาง และแบบฟอร์มเคลมที่กรอกสมบูรณ์ ระยะเวลาดำเนินการเคลมโดยทั่วไปอยู่ที่ 5-10 วันทำการ

FAQ

Q1: OSHC จำเป็นสำหรับวีซ่านักเรียนทุกประเภทหรือไม่

ใช่ OSHC เป็นข้อบังคับสำหรับผู้ถือวีซ่านักเรียน subclass 500 และ subclass 485 (วีซ่าบัณฑิตชั่วคราว) ทุกคน ตามเงื่อนไขวีซ่าข้อ 8501 ยกเว้นนักศึกษาจากประเทศที่มี RHCA ที่อาจได้รับการยกเว้นบางส่วน แต่ยังแนะนำให้ซื้อ OSHC เพิ่มเติมเพื่อความคุ้มครองเต็มรูปแบบ

Q2: ค่าใช้จ่าย OSHC โดยเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่เท่าไร

ค่าใช้จ่าย OSHC สำหรับบุคคลเดี่ยวอยู่ที่ประมาณ 500-700 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี ขึ้นอยู่กับกองทุนและระดับความคุ้มครอง สำหรับคู่รักอยู่ที่ 2,500-3,500 ดอลลาร์ออสเตรเลีย และครอบครัว 3,800-5,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ราคาอาจเปลี่ยนแปลงทุกปีตามการปรับเบี้ยประกันของแต่ละกองทุน

Q3: สามารถเปลี่ยนกองทุน OSHC ระหว่างถือวีซ่าได้หรือไม่

ได้ นักศึกษาสามารถเปลี่ยนกองทุน OSHC ได้ทุกเมื่อ โดยต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีช่องว่างความคุ้มครองระหว่างกองทุนเดิมและกองทุนใหม่ และต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงแก่กรมตรวจคนเข้าเมืองผ่าน ImmiAccount ภายใน 14 วันหลังจากเปลี่ยนกองทุน

参考资料


Share this post:

Scan with WeChat to share this page

QR code for this page

Link copied

Related articles


Previous
OSHC Visa Guide th #7
Next
OSHC Visa Guide th #9