Skip to content
oshc.net Coastal Dispatch · student health cover AU
Go back

OSHC FAQ th #8

จากข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยออสเตรเลีย (Department of Home Affairs) นักเรียนต่างชาติทุกคนที่ถือวีซ่านักเรียน (Subclass 500) จะต้องมีประกันสุขภาพนักเรียนต่างชาติ (Overseas Student Health Cover - OSHC) ตลอดระยะเวลาที่พำนักในออสเตรเลีย โดยในปี 2023 มีนักเรียนไทยในออสเตรเลียมากกว่า 20,000 คนตามรายงานของ Australian Government Department of Education การทำความเข้าใจเงื่อนไข OSHC อย่างถ่องแท้จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อหลีกเลี่ยงค่ารักษาพยาบาลที่อาจสูงถึง 1,500 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อวันสำหรับการนอนโรงพยาบาลโดยไม่มีประกัน

บทความนี้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยที่สุดสำหรับนักเรียนไทย พร้อมการเปรียบเทียบระหว่างผู้ให้บริการ OSHC หลัก 6 รายในออสเตรเลียอย่างละเอียด อ้างอิงจากเอกสาร Product Disclosure Statement (PDS) ล่าสุดของแต่ละบริษัท

OSHC คืออะไรและทำไมนักเรียนไทยต้องมี

OSHC (Overseas Student Health Cover) เป็นประกันสุขภาพภาคบังคับที่ออกแบบมาสำหรับนักเรียนต่างชาติในออสเตรเลียโดยเฉพาะ เงื่อนไขวีซ่านักเรียน Subclass 500 กำหนดให้นักเรียนต้องมี OSHC ตลอดระยะเวลาที่วีซ่ามีผล ตามมาตรา 500.215 ของ Migration Regulations 1994 หากไม่มีประกันที่ถูกต้อง อาจส่งผลให้วีซ่าถูกยกเลิกได้

ความคุ้มครองพื้นฐานของ OSHC ทุกบริษัทจะต้องเทียบเท่าหรือสูงกว่า Medicare ซึ่งเป็นระบบประกันสุขภาพของประชาชนออสเตรเลีย โดยครอบคลุมการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลรัฐบาล การพบแพทย์ทั่วไป (GP) ค่ายาตามใบสั่งแพทย์บางส่วน และบริการรถพยาบาลฉุกเฉิน อย่างไรก็ตาม บริการทันตกรรม กายภาพบำบัด และการตรวจสายตา โดยทั่วไปจะไม่รวมอยู่ในแผนพื้นฐาน นักเรียนไทยควรตรวจสอบตารางความคุ้มครองของแต่ละบริษัทอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อ

เปรียบเทียบบริษัทประกัน OSHC รายใหญ่สำหรับนักเรียนไทย

ตลาด OSHC ในออสเตรเลียมีผู้ให้บริการหลัก 6 รายที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลีย (Department of Health) ได้แก่ Medibank, Bupa, Allianz Care, NIB, CBHS และ AHM แต่ละบริษัทมีจุดเด่นและโครงสร้างราคาที่แตกต่างกัน

Medibank เป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ที่สุด มีเครือข่ายโรงพยาบาลและคลินิกที่กว้างขวางที่สุดในออสเตรเลีย แผน Comprehensive ของ Medibank ครอบคลุมค่าทำฟันสูงสุด 500 ดอลลาร์ต่อปีและกายภาพบำบัด 300 ดอลลาร์ต่อปี ในขณะที่ Bupa มีจุดเด่นด้านราคาที่แข่งขันได้และแอปพลิเคชันภาษาไทยสำหรับการเคลมที่สะดวก Allianz Care โดดเด่นด้านบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24/7 และมีทีมสนับสนุนที่พูดภาษาไทยได้

NIB และ AHM มักมีราคาถูกกว่าแต่เครือข่ายโรงพยาบาลอาจจำกัดกว่าในพื้นที่ชนบท ส่วน CBHS เป็นตัวเลือกใหม่ที่มีราคาจับต้องได้ แต่มีสาขาน้อยกว่าเมื่อเทียบกับคู่แข่งรายใหญ่ การเลือกบริษัทควรพิจารณาจากทำเลที่พักอาศัย งบประมาณ และความต้องการด้านสุขภาพเฉพาะบุคคล

ระยะเวลารอคอย (Waiting Periods) และข้อยกเว้นสำคัญ

ระยะเวลารอคอย (Waiting Periods) เป็นช่วงเวลาที่ผู้เอาประกันต้องรอก่อนที่จะสามารถเคลมค่ารักษาพยาบาลบางประเภทได้ ตามกฎหมาย OSHC กำหนดให้ระยะเวลารอคอยสำหรับอาการเจ็บป่วยที่มีอยู่ก่อน (Pre-existing Conditions) คือ 12 เดือน ซึ่งหมายความว่าหากนักเรียนมีโรคประจำตัวที่ได้รับการวินิจฉัยก่อนเดินทางมาออสเตรเลีย จะต้องรอ 12 เดือนนับจากวันที่กรมธรรม์เริ่มมีผลก่อนจึงจะสามารถเคลมค่ารักษาที่เกี่ยวข้องกับโรคนั้นได้

ข้อยกเว้นสำคัญที่นักเรียนไทยควรทราบ ได้แก่ การตั้งครรภ์และบริการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีระยะเวลารอคอย 12 เดือนเช่นกัน ดังนั้นหากวางแผนจะมีบุตรระหว่างศึกษา ควรซื้อ OSHC ล่วงหน้าอย่างน้อย 12 เดือนก่อนวันคลอด นอกจากนี้ บริการจิตเวชและสุขภาพจิต อาจมีข้อจำกัดแตกต่างกันไปตามแต่ละบริษัท โดยบางบริษัทจำกัดจำนวนครั้งในการพบจิตแพทย์ต่อปี

ระยะเวลารอคอยทั่วไปสำหรับการนอนโรงพยาบาลคือ 2 เดือน ยกเว้นกรณีอุบัติเหตุฉุกเฉินที่ได้รับการยกเว้นทันที การเปลี่ยนบริษัทประกันโดยไม่มีช่องว่างความคุ้มครองจะช่วยรักษาระยะเวลารอคอยที่สะสมไว้แล้วได้

การเคลมประกัน OSHC สำหรับนักเรียนไทย

กระบวนการเคลมประกัน OSHC มี 2 วิธีหลัก ได้แก่ การเคลมโดยตรง (Direct Billing) และ การเคลมย้อนหลัง (Manual Claim) การเคลมโดยตรงเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด โดยโรงพยาบาลหรือคลินิกจะเรียกเก็บเงินจากบริษัทประกันโดยตรง นักเรียนเพียงแสดงบัตรสมาชิก OSHC และชำระเฉพาะส่วนต่าง (Gap Payment) หากมี

สำหรับการเคลมย้อนหลัง นักเรียนต้องชำระค่ารักษาเต็มจำนวนก่อนแล้วจึงยื่นเคลมผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ของบริษัทประกัน เอกสารที่ต้องใช้ประกอบด้วยใบเสร็จรับเงิน (Invoice) ใบรับรองแพทย์ (Medical Certificate) และแบบฟอร์มเคลมที่กรอกสมบูรณ์ ระยะเวลาดำเนินการโดยทั่วไปอยู่ที่ 5-10 วันทำการ

ข้อแนะนำสำหรับนักเรียนไทยคือควรเลือกคลินิกหรือโรงพยาบาลที่อยู่ในเครือข่ายของบริษัทประกันเพื่อรับบริการเคลมโดยตรง และเก็บหลักฐานการรักษาทั้งหมดไว้เป็นไฟล์ดิจิทัลเพื่อความสะดวกในการยื่นเคลม Bupa และ Medibank มีแอปพลิเคชันที่รองรับการอัปโหลดเอกสารภาษาไทยได้

ความแตกต่างระหว่าง OSHC และ OVHC

นักเรียนไทยที่สำเร็จการศึกษาและเปลี่ยนเป็นวีซ่าทำงาน (Temporary Graduate Visa Subclass 485) จะไม่สามารถใช้ OSHC ได้อีกต่อไป แต่ต้องเปลี่ยนเป็น Overseas Visitors Health Cover (OVHC) ซึ่งเป็นประกันสุขภาพสำหรับผู้ถือวีซ่าชั่วคราวประเภทอื่นที่ไม่ใช่นักเรียน

ความแตกต่างสำคัญคือ OVHC ไม่ได้ถูกควบคุมให้ต้องเทียบเท่า Medicare ในทุกด้าน บางแผนอาจมีความคุ้มครองที่น้อยกว่า OSHC โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่ายาและบริการผู้ป่วยนอก นอกจากนี้ OVHC มักมีราคาถูกกว่า OSHC แต่มีเงื่อนไขการเคลมที่เข้มงวดกว่า การเปลี่ยนจาก OSHC เป็น OVHC ควรทำทันทีเมื่อวีซ่าเปลี่ยนประเภทเพื่อหลีกเลี่ยงช่องว่างความคุ้มครองที่อาจส่งผลต่อการต่อวีซ่าในอนาคต

FAQ

Q1: OSHC ครอบคลุมการรักษาโควิด-19 หรือไม่

OSHC ทุกบริษัทครอบคลุมการรักษาโควิด-19 ในโรงพยาบาลรัฐบาลตามนโยบายของรัฐบาลออสเตรเลียตั้งแต่ปี 2020 แต่การตรวจหาเชื้อ (PCR Test) แบบวอล์กอินอาจมีค่าใช้จ่าย 50-150 ดอลลาร์ นักเรียนควรตรวจสอบกับบริษัทประกันว่าคลินิกที่ตรวจอยู่ในเครือข่ายหรือไม่เพื่อรับการเคลมโดยตรง

Q2: หากกลับไทยชั่วคราว OSHC จะยังคุ้มครองหรือไม่

OSHC ให้ความคุ้มครองเฉพาะในออสเตรเลียเท่านั้น เมื่อนักเรียนเดินทางออกนอกประเทศ ความคุ้มครองจะหยุดลงชั่วคราวและจะกลับมามีผลเมื่อเดินทางกลับเข้าออสเตรเลีย นักเรียนที่เดินทางกลับไทยเกิน 30 วันสามารถขอระงับกรมธรรม์ชั่วคราว (Suspension) ได้กับบางบริษัทเพื่อประหยัดค่าเบี้ยประกัน

Q3: สามารถเปลี่ยนบริษัท OSHC ระหว่างเทอมได้หรือไม่

สามารถเปลี่ยนบริษัท OSHC ได้ตลอดเวลาโดยไม่มีค่าธรรมเนียมการยกเลิก แต่ต้องไม่มีช่องว่างความคุ้มครองเพื่อรักษาระยะเวลารอคอยที่สะสมไว้ นักเรียนควรซื้อกรมธรรม์ใหม่ให้เริ่มมีผลในวันที่กรมธรรม์เดิมสิ้นสุด และแจ้งการเปลี่ยนแปลงให้กรมธรรม์ใหม่ทราบถึงประวัติการถือ OSHC เดิมเพื่อโอนระยะเวลารอคอย

参考资料


Share this post:

Scan with WeChat to share this page

QR code for this page

Link copied

Related articles


Previous
OSHC FAQ th #7
Next
OSHC FAQ th #9