Skip to content
oshc.net Coastal Dispatch · student health cover AU
Go back

OSHC FAQ th #6

จากข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยออสเตรเลีย (Department of Home Affairs) ระบุว่า นักเรียนต่างชาติทุกคน ที่ถือวีซ่านักเรียน (Subclass 500) จะต้องมีประกันสุขภาพนักเรียนต่างชาติ (Overseas Student Health Cover – OSHC) ตลอดระยะเวลาที่พำนักอยู่ในออสเตรเลีย โดยในปี 2023 มีนักเรียนต่างชาติลงทะเบียนเรียนในออสเตรเลียมากกว่า 650,000 คน (อ้างอิงจาก Australian Government Department of Education) และ OSHC ถือเป็นข้อบังคับทางกฎหมาย ที่ไม่สามารถละเลยได้

นอกจากนี้ รายงานจาก Private Health Insurance Ombudsman (PHIO) ยังชี้ให้เห็นว่า ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับ OSHC ส่วนใหญ่เกิดจากความเข้าใจผิดในขอบเขตความคุ้มครองและกระบวนการเคลม ด้วยเหตุนี้ การทำความเข้าใจรายละเอียดกรมธรรม์อย่างถ่องแท้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักเรียนไทยและนักเรียนต่างชาติทุกคน บทความนี้จะตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับ OSHC อย่างเจาะลึก ครอบคลุม 6 กองทุนหลัก พร้อมเปรียบเทียบเงื่อนไขสำคัญแบบชัดเจน

OSHC คืออะไร และทำไมนักเรียนต่างชาติทุกคนต้องมี

OSHC คือ ประกันสุขภาพภาคบังคับ สำหรับผู้ถือวีซ่านักเรียนออสเตรเลีย ออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายทางการแพทย์และการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาล เงื่อนไขนี้ถูกกำหนดโดย Visitor Visa Condition 8501 ซึ่งระบุว่าผู้ถือวีซ่าจะต้องมีประกันสุขภาพที่เพียงพอตลอดระยะเวลาที่อยู่ในออสเตรเลีย หากไม่มี OSHC ที่มีผลบังคับใช้ อาจส่งผลให้วีซ่าถูกยกเลิกได้

กองทุน OSHC ที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลออสเตรเลียมีทั้งหมด 6 แห่ง ได้แก่ AHM OSHC, Allianz Care Australia, Bupa Australia, CBHS International Health, Medibank Comprehensive OSHC, และ NIB OSHC แต่ละกองทุนให้ความคุ้มครองขั้นพื้นฐานตามที่รัฐบาลกำหนด แต่มีรายละเอียดส่วนเพิ่มเติมและบริการเสริมที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในส่วนของ การรักษาสุขภาพจิต และ การจ่ายยา ซึ่งเป็นจุดที่นักเรียนมักมองข้าม

การเลือกกองทุนที่เหมาะสมไม่เพียงแต่ช่วยให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดวีซ่าเท่านั้น แต่ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน โดยค่ารักษาพยาบาลในออสเตรเลียสำหรับผู้ไม่มีประกันอาจสูงถึง $600-$800 AUD ต่อครั้ง สำหรับการพบแพทย์ทั่วไป และสูงถึง $1,500 AUD ต่อวัน สำหรับการนอนโรงพยาบาล

เปรียบเทียบความคุ้มครองหลักของ 6 กองทุน OSHC

ความคุ้มครองขั้นพื้นฐานของ OSHC ทุกกองทุนต้องครอบคลุมรายการต่อไปนี้ตามที่ Overseas Student Health Cover Deed กำหนด: การรักษาพยาบาลนอกโรงพยาบาล (GP visits), การรักษาในโรงพยาบาล, ค่าผ่าตัด, ค่ายา (บางส่วน), และรถพยาบาลฉุกเฉิน อย่างไรก็ตาม วงเงินความคุ้มครอง และ ข้อยกเว้น ของแต่ละกองทุนมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน

AHM OSHC โดดเด่นด้านราคาที่แข่งขันได้ โดยให้ความคุ้มครองการรักษาทางจิตเวชแบบผู้ป่วยในจำกัดวงเงิน แต่มีเครือข่ายผู้ให้บริการที่กว้างขวาง Allianz Care Australia มีจุดแข็งด้านการจัดการโรคเรื้อรังและมีบริการช่วยเหลือทางโทรศัพท์ตลอด 24 ชั่วโมง Bupa Australia ให้ความคุ้มครองการจ่ายยาสูงถึง $500 AUD ต่อปีสำหรับยาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด

CBHS International Health เป็นกองทุนขนาดเล็กที่เน้นการบริการลูกค้าเฉพาะบุคคล โดยมีอัตราการอนุมัติเคลมที่รวดเร็ว Medibank Comprehensive OSHC ให้ความคุ้มครองการรักษาสุขภาพจิตแบบผู้ป่วยนอกเพิ่มเติม ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญ ในขณะที่ NIB OSHC มีโปรแกรม Wellness Benefits ที่ครอบคลุมการตรวจสุขภาพทั่วไปบางรายการโดยไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนเกิน

ระยะเวลารอคอย (Waiting Periods): สิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนใช้บริการ

ระยะเวลารอคอย คือช่วงเวลาที่คุณต้องรอก่อนจึงจะสามารถเคลมค่ารักษาพยาบาลบางประเภทได้ นี่คือเงื่อนไขสำคัญที่นักเรียนจำนวนมากมองข้ามและนำไปสู่ข้อพิพาทกับกองทุน OSHC โดยทั่วไป ระยะเวลารอคอยสำหรับ การตั้งครรภ์และการคลอดบุตร คือ 12 เดือน ซึ่งหมายความว่าหากคุณตั้งครรภ์ก่อนหรือระหว่างระยะเวลานี้ ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องจะไม่ได้รับการคุ้มครอง

สำหรับ โรคประจำตัวที่มีอยู่ก่อน (Pre-existing Conditions) ระยะเวลารอคอยคือ 12 เดือนเช่นกัน อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นสำหรับการรักษาทางจิตเวช ซึ่งกองทุนส่วนใหญ่กำหนดระยะเวลารอคอยเพียง 2 เดือน ทั้งนี้ AHM และ Medibank ให้การคุ้มครองการรักษาสุขภาพจิตแบบผู้ป่วยในหลังจาก 2 เดือน ในขณะที่การรักษาแบบผู้ป่วยนอกอาจมีเงื่อนไขแตกต่างกัน

ระยะเวลารอคอยทั่วไปสำหรับการรักษาอื่นๆ เช่น การผ่าตัดตามแผน มีตั้งแต่ 2 ถึง 12 เดือน ขึ้นอยู่กับประเภทของการรักษาและเงื่อนไขของแต่ละกองทุน Allianz Care Australia มีความยืดหยุ่นในการพิจารณายกเว้นระยะเวลารอคอยสำหรับนักเรียนที่ย้ายมาจากกองทุนอื่นโดยไม่มีช่องว่างความคุ้มครอง

กระบวนการเคลม OSHC: ขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียม

การเคลม OSHC สามารถทำได้หลายช่องทาง ขึ้นอยู่กับกองทุนและผู้ให้บริการทางการแพทย์ การเคลมโดยตรง (Direct Billing) เป็นวิธีที่สะดวกที่สุด โดยผู้ให้บริการทางการแพทย์จะเรียกเก็บเงินจากกองทุนโดยตรง คุณเพียงแสดงบัตรสมาชิก OSHC และชำระเฉพาะส่วนต่างที่กรมธรรม์ไม่คุ้มครอง (Gap Payment) เท่านั้น

สำหรับการเคลมย้อนหลัง คุณต้องยื่นแบบฟอร์มเคลมพร้อมใบเสร็จรับเงินและใบรับรองแพทย์ กระบวนการนี้ใช้เวลาดำเนินการเฉลี่ย 5-10 วันทำการ โดย Bupa และ NIB มีระบบเคลมผ่านแอปพลิเคชันมือถือที่ช่วยลดระยะเวลาดำเนินการเหลือเพียง 2-3 วันทำการ

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการเคลมประกอบด้วย: ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล ที่ระบุชื่อผู้ป่วยและวันที่รักษา, ใบส่งตัวหรือใบรับรองแพทย์ (Referral Letter) ในกรณีที่พบแพทย์เฉพาะทาง, และ หมายเลขสมาชิก OSHC ของคุณ ควรเก็บสำเนาเอกสารทั้งหมดไว้จนกว่าการเคลมจะเสร็จสมบูรณ์

ข้อยกเว้นความคุ้มครอง: สิ่งที่ OSHC ไม่จ่าย

OSHC ไม่ใช่ประกันสุขภาพแบบครอบคลุมทุกกรณี มีข้อยกเว้นสำคัญที่นักเรียนควรทราบเพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด การรักษาทางทันตกรรม เกือบทั้งหมดไม่ได้รับการคุ้มครอง ยกเว้นกรณีฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องรักษาในโรงพยาบาลเท่านั้น การจัดฟัน การอุดฟัน และการขูดหินปูนเป็นค่าใช้จ่ายที่คุณต้องรับผิดชอบเองทั้งหมด

การรักษาทางสายตาและแว่นตา ก็เป็นอีกหนึ่งข้อยกเว้นสำคัญ OSHC ไม่ครอบคลุมค่าตรวจสายตา ค่าตัดแว่น หรือคอนแทคเลนส์ นอกจากนี้ การทำกายภาพบำบัด การฝังเข็ม และการรักษาทางเลือกอื่นๆ เช่น ไคโรแพรคติก มักไม่ได้รับความคุ้มครองภายใต้ OSHC พื้นฐาน

การรักษาที่เกี่ยวข้องกับ การทำศัลยกรรมความงาม และการรักษาที่ไม่จำเป็นทางการแพทย์ก็เป็นข้อยกเว้นเช่นกัน รวมถึง การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาอาชีพ หรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงบางประเภท ซึ่งอาจต้องซื้อประกันเพิ่มเติมแยกต่างหาก

การต่ออายุและการเปลี่ยนกองทุน OSHC: สิ่งที่ต้องพิจารณา

การต่ออายุ OSHC ต้องทำก่อนวันที่กรมธรรม์หมดอายุเพื่อรักษาความต่อเนื่องของความคุ้มครองและปฏิบัติตามเงื่อนไขวีซ่า การปล่อยให้ OSHC ขาดช่วง แม้เพียงวันเดียวอาจส่งผลกระทบต่อสถานะวีซ่าของคุณและทำให้ต้องเริ่มนับระยะเวลารอคอยใหม่ทั้งหมด

เมื่อต้องการเปลี่ยนกองทุน OSHC คุณสามารถทำได้โดยไม่เสียสิทธิ์ประโยชน์ที่สะสมมา ภายใต้ Portability Rules ของ Private Health Insurance Act 2007 โดยคุณต้องตรวจสอบว่ากองทุนใหม่ยอมรับการโอนย้ายโดยไม่กำหนดระยะเวลารอคอยใหม่สำหรับความคุ้มครองที่คุณมีอยู่แล้ว Medibank และ Bupa มีนโยบายที่ชัดเจนในการรับโอนสมาชิกจากกองทุนอื่นโดยคงระยะเวลารอคอยที่ผ่านมาแล้ว

การเปลี่ยนกองทุนควรพิจารณาจากปัจจัยหลายด้าน: อัตราเบี้ยประกัน ที่เหมาะสมกับงบประมาณ, เครือข่ายผู้ให้บริการ ในพื้นที่ที่คุณพักอาศัย, บริการเสริม เช่น การดูแลสุขภาพจิตหรือการจ่ายยา, และ รีวิวจากผู้ใช้จริง ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ PHIO Ombudsman

FAQ

Q1: OSHC สามารถใช้ได้ทันทีหลังจากซื้อหรือไม่

ไม่ทั้งหมด การรักษาพยาบาลทั่วไป เช่น การพบแพทย์ GP สามารถใช้ได้ทันทีโดยไม่มีระยะเวลารอคอย อย่างไรก็ตาม การรักษาโรคประจำตัวที่มีอยู่ก่อนมีระยะเวลารอคอย 12 เดือน และการตั้งครรภ์มีระยะเวลารอคอย 12 เดือนเช่นกัน การรักษาทางจิตเวชมีระยะเวลารอคอย 2 เดือนในกองทุนส่วนใหญ่

Q2: หาก OSHC หมดอายุระหว่างรอวีซ่าใหม่ จะต้องทำอย่างไร

คุณต้อง ต่ออายุ OSHC ทันที ก่อนวันที่กรมธรรม์เดิมหมดอายุ หากปล่อยให้ขาดช่วง แม้เพียง 1 วัน อาจส่งผลให้วีซ่าถูกยกเลิกและต้องเริ่มนับระยะเวลารอคอยใหม่ทั้งหมด แนะนำให้ซื้อ OSHC ล่วงหน้าให้ครอบคลุมระยะเวลาวีซ่าที่คาดว่าจะได้รับ บวกเพิ่มอีก 2-3 เดือนเพื่อความปลอดภัย

Q3: OSHC ครอบคลุมค่ายาตามใบสั่งแพทย์เท่าไร

ความคุ้มครองค่ายาแตกต่างกันตามกองทุน Bupa OSHC ให้วงเงินสูงสุด $500 AUD ต่อปีสำหรับยาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์ ในขณะที่กองทุนส่วนใหญ่ให้ความคุ้มครอง $300-$500 AUD ต่อปี โดยคุณต้องชำระส่วนเกิน (Co-payment) ประมาณ $20-$30 AUD ต่อรายการยา ยาที่ไม่มีใบสั่งแพทย์ไม่ได้รับความคุ้มครอง

参考资料


Share this post:

Scan with WeChat to share this page

QR code for this page

Link copied

Related articles


Previous
OSHC FAQ th #5
Next
OSHC FAQ th #7