นักศึกษาต่างชาติในออสเตรเลียทุกคนจำเป็นต้องมีประกันสุขภาพ Overseas Student Health Cover หรือ OSHC ตามข้อกำหนดของกรมตรวจคนเข้าเมืองออสเตรเลีย ข้อมูลจาก Department of Home Affairs ระบุว่า ณ เดือนมิถุนายน 2025 มีนักศึกษาต่างชาติถือวีซ่าในออสเตรเลียกว่า 650,000 คน ซึ่งทุกคนต้องมี OSHC ที่มีผลบังคับใช้ตลอดระยะเวลาวีซ่า การพบแพทย์ทั่วไปหรือ GP (General Practitioner) เป็นบริการสุขภาพพื้นฐานที่นักศึกษาใช้บ่อยที่สุด โดยข้อมูลจาก Private Health Insurance Ombudsman (PHIO) รายงานว่าในปี 2024 มีการเคลมค่าบริการ GP ภายใต้ OSHC มากกว่า 1.2 ล้านครั้งทั่วประเทศ
การทำความเข้าใจขั้นตอนการเคลม OSHC สำหรับการพบแพทย์ GP อย่างถูกต้องจะช่วยให้นักศึกษาไทยประหยัดเวลาและหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด บทความนี้รวบรวมข้อมูลจากคู่มือผู้ถือกรมธรรม์ของบริษัทประกัน OSHC ทั้ง 6 รายที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลออสเตรเลีย
OSHC คืออะไรและทำไมต้องมี
OSHC เป็นประกันสุขภาพภาคบังคับสำหรับนักศึกษาต่างชาติที่ถือวีซ่านักเรียนในออสเตรเลีย ตามกฎหมาย Migration Regulations 1994 กำหนดให้ผู้ถือวีซ่า subclass 500 ต้องมีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลตลอดระยะเวลาพำนัก วัตถุประสงค์หลักคือเพื่อให้นักศึกษาสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้โดยไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเต็มจำนวน ซึ่งระบบ Medicare ของออสเตรเลียไม่ครอบคลุมนักศึกษาต่างชาติ
OSHC ให้ความคุ้มครองพื้นฐานเทียบเท่ากับ Medicare ซึ่งรวมถึงการพบแพทย์ GP การรักษาในโรงพยาบาลรัฐบาล และยาตามใบสั่งแพทย์บางรายการ อย่างไรก็ตาม OSHC ไม่ครอบคลุมบริการเสริม เช่น ทันตกรรม กายภาพบำบัด หรือแว่นตา เว้นแต่จะซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติม ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลียระบุว่าค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการพบ GP โดยไม่มีประกันอยู่ที่ประมาณ 80-100 AUD ต่อครั้ง
ผู้ให้บริการ OSHC หลักในออสเตรเลีย
ปัจจุบันมีบริษัทประกันที่ได้รับอนุญาตให้จำหน่าย OSHC จำนวน 6 ราย ได้แก่ ahm OSHC, Allianz Care Australia, Bupa Australia, CBHS International Health, Medibank และ nib OSHC แต่ละรายมีจุดเด่นและข้อแตกต่างในด้านเบี้ยประกัน ความคุ้มครอง และขั้นตอนการเคลมที่มีผลโดยตรงต่อนักศึกษาไทย
- Allianz Care Australia มีเครือข่ายคลินิกที่รับบัตรโดยตรง (direct billing) กว้างขวางที่สุด โดยมีคลินิก GP ในเครือข่ายมากกว่า 500 แห่งทั่วออสเตรเลีย
- Bupa มีศูนย์บริการนักศึกษาในมหาวิทยาลัยใหญ่หลายแห่ง และแอปพลิเคชันที่ใช้งานง่ายสำหรับยื่นเคลมออนไลน์
- Medibank เป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ที่สุด มีส่วนแบ่งตลาด OSHC ประมาณ 35% ตามรายงานของ PHIO ปี 2025
- ahm โดดเด่นด้านเบี้ยประกันที่ต่ำกว่าและให้ส่วนลดสำหรับการซื้อกรมธรรม์ระยะยาว
- nib มีระบบเคลมออนไลน์ที่รวดเร็ว โดยเคลมส่วนใหญ่ดำเนินการเสร็จภายใน 5 วันทำการ
- CBHS เป็นผู้ให้บริการขนาดเล็กที่เน้นบริการเฉพาะกลุ่ม
การเลือกผู้ให้บริการที่เหมาะสมจะส่งผลโดยตรงต่อความสะดวกในการเคลมค่าบริการ GP visit และจำนวนเงินที่ต้องจ่ายส่วนต่าง
ความคุ้มครอง GP ภายใต้ OSHC
การพบแพทย์ GP ภายใต้ OSHC ได้รับความคุ้มครองตาม Medicare Benefits Schedule (MBS) ซึ่งเป็นอัตราค่าบริการมาตรฐานที่รัฐบาลออสเตรเลียกำหนด ตัวอย่างเช่น ค่าบริการ GP มาตรฐานสำหรับการปรึกษาปกติ (Item 23) อยู่ที่ 41.40 AUD ตาม MBS ปี 2025 หากแพทย์เรียกเก็บเกินอัตรานี้ นักศึกษาต้องรับผิดชอบส่วนต่างเอง
ความคุ้มครอง GP ของ OSHC ครอบคลุม:
- การตรวจรักษาโรคทั่วไป
- การออกใบส่งตัวไปพบแพทย์เฉพาะทาง
- การตรวจสุขภาพประจำปี
- การฉีดวัคซีนบางประเภท
- การออกใบรับรองแพทย์
ไม่ครอบคลุม:
- การตรวจสุขภาพเพื่อขอวีซ่า
- เวชกรรมความงาม
- การรักษาที่ไม่จำเป็นทางการแพทย์
- บริการนอกเวลาทำการปกติ (after-hours) ในบางกรมธรรม์

ขั้นตอนการเคลม OSHC สำหรับการพบ GP
ขั้นตอนการเคลมแบ่งออกเป็น 2 วิธีหลัก ขึ้นอยู่กับคลินิกที่นักศึกษาเลือกใช้บริการ:
วิธีที่ 1: Direct Billing (ไม่ต้องสำรองจ่าย) นักศึกษาสามารถค้นหาคลินิกที่รับบัตร OSHC โดยตรงผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการ Direct billing คือระบบที่คลินิกเรียกเก็บเงินจากบริษัทประกันโดยตรง นักศึกษาเพียงแสดงบัตรสมาชิก OSHC หรือบัตรดิจิทัลในแอปพลิเคชันโดยไม่ต้องชำระเงินเอง วิธีนี้สะดวกและไม่ต้องดำเนินการเคลมย้อนหลัง
วิธีที่ 2: จ่ายเงินเองก่อนแล้วเคลมคืน หากคลินิกที่เข้ารับบริการไม่อยู่ในเครือข่าย direct billing นักศึกษาต้องชำระค่าบริการเต็มจำนวนก่อน แล้วจึงยื่นเคลมเพื่อขอรับเงินคืน เอกสารที่ต้องใช้ประกอบด้วย:
- ใบเสร็จรับเงินค่าบริการทางการแพทย์ (medical receipt)
- ใบแจ้งหนี้ที่มีรายละเอียดการรักษาและรหัส MBS item number
- ข้อมูลบัญชีธนาคารสำหรับรับเงินคืน
การยื่นเคลมสามารถทำได้ผ่านช่องทางออนไลน์ของแต่ละบริษัท โดย ระยะเวลาดำเนินการเฉลี่ย อยู่ที่ 3-7 วันทำการ ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ
เปรียบเทียบขั้นตอนการเคลม GP ของแต่ละผู้ให้บริการ
แต่ละบริษัทมีขั้นตอนและเงื่อนไขการเคลมที่แตกต่างกัน ซึ่งส่งผลต่อประสบการณ์ของนักศึกษาโดยตรง:
Allianz Care Australia
- มีแอป Allianz MyHealth สำหรับยื่นเคลม
- สามารถถ่ายรูปใบเสร็จและอัปโหลดผ่านแอปได้ทันที
- เงินคืนเข้าบัญชีภายใน 5-7 วันทำการ
- ข้อดี: เครือข่าย direct billing กว้างขวาง ครอบคลุมคลินิก GP ทุกเมืองใหญ่
Bupa
- ยื่นเคลมผ่านแอป myBupa หรือเว็บไซต์
- รองรับการโอนเงินคืนเข้าบัญชีธนาคารออสเตรเลียเท่านั้น
- ระยะเวลาดำเนินการ 3-5 วันทำการ
- ข้อดี: มีศูนย์บริการในมหาวิทยาลัยที่ช่วยดำเนินการเคลมให้
Medibank
- ยื่นเคลมผ่านแอป Medibank หรือที่สาขา
- สามารถเคลมผ่าน HICAPS ที่คลินิกบางแห่งได้ทันที
- ระยะเวลาดำเนินการ 5-7 วันทำการ
- ข้อดี: จำนวนสาขามากที่สุด สะดวกสำหรับการสอบถามด้วยตนเอง
nib
- เคลมออนไลน์ผ่านแอป nib หรือเว็บไซต์
- ระบบอัตโนมัติประมวลผลเร็ว เคลมส่วนใหญ่เสร็จภายใน 3 วันทำการ
- ข้อดี: ความเร็วในการดำเนินการสูงที่สุดในกลุ่ม
ahm
- ยื่นเคลมผ่านแอป ahm หรือเว็บไซต์
- ระยะเวลา 5-10 วันทำการ
- ข้อดี: เบี้ยประกันต่ำ แต่เครือข่าย direct billing จำกัดกว่า
CBHS
- ยื่นเคลมผ่านพอร์ทัลออนไลน์
- ระยะเวลาประมาณ 7-10 วันทำการ
- ข้อดี: บริการลูกค้าเฉพาะบุคคล
ค่าใช้จ่ายส่วนเกิน (Gap Fee) และวิธีหลีกเลี่ยง
Gap fee หรือค่าใช้จ่ายส่วนเกินคือผลต่างระหว่างค่าบริการที่แพทย์เรียกเก็บกับอัตรา MBS ที่ OSHC จ่ายคืนให้ ตัวอย่างเช่น หากแพทย์ GP เรียกเก็บ 75 AUD แต่ MBS กำหนดไว้ที่ 41.40 AUD นักศึกษาจะต้องจ่ายส่วนต่าง 33.60 AUD เอง ข้อมูลจาก PHIO ระบุว่าค่า gap fee เฉลี่ยสำหรับการพบ GP ในเขตเมืองใหญ่อยู่ที่ 30-40 AUD ต่อครั้ง
วิธีหลีกเลี่ยงหรือลด gap fee:
- เลือกคลินิกที่คิดค่าบริการตามอัตรา MBS หรือ bulk billing clinic ซึ่งจะไม่เรียกเก็บส่วนเพิ่มจากผู้ป่วย
- ตรวจสอบรายชื่อคลินิกในเครือข่าย direct billing ของผู้ให้บริการ OSHC ก่อนนัดหมาย
- สอบถามค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อนรับบริการทุกครั้ง
- ในบางกรณี แพทย์อาจลดค่าบริการสำหรับนักศึกษา ควรแจ้งว่าเป็นนักศึกษาต่างชาติและถือ OSHC
คลินิก bulk billing พบได้มากในพื้นที่ใกล้มหาวิทยาลัยและย่านชุมชนหนาแน่น นักศึกษาควรสอบถามจากกลุ่มนักศึกษาต่างชาติหรือฝ่ายบริการนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเพื่อค้นหาคลินิกที่ recommended
การเคลม GP ผ่าน telehealth และบริการออนไลน์
ตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา MBS ได้บรรจุบริการ telehealth หรือการปรึกษาแพทย์ทางไกลไว้ในรายการที่ OSHC ให้ความคุ้มครอง นักศึกษาสามารถปรึกษา GP ผ่านวิดีโอคอลหรือโทรศัพท์ได้ โดยมีอัตราความคุ้มครองเทียบเท่าการพบแพทย์ที่คลินิก ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลียระบุว่าการใช้ telehealth สำหรับนักศึกษาต่างชาติเพิ่มขึ้น 45% ในปี 2024
ข้อดีของ telehealth:
- ไม่ต้องเดินทางไปคลินิก
- นัดหมายได้รวดเร็ว โดยเฉลี่ยรอ 1-2 วัน
- ค่าใช้จ่ายต่ำกว่า เนื่องจากแพทย์มักคิดค่าบริการตามอัตรา MBS
- เหมาะสำหรับอาการป่วยทั่วไป การขอใบสั่งยาซ้ำ และการขอใบรับรองแพทย์
วิธีการเคลม telehealth:
- ชำระค่าบริการออนไลน์และรับใบเสร็จทางอีเมล
- ยื่นเคลมผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ OSHC
- แนบใบเสร็จที่มีรายละเอียดการให้บริการ telehealth
FAQ
Q1: OSHC จ่ายค่าพบ GP ให้เท่าไรต่อครั้ง
OSHC จ่ายคืนตามอัตรา Medicare Benefits Schedule (MBS) ซึ่งในปี 2025 ค่าปรึกษา GP มาตรฐาน (Item 23) อยู่ที่ 41.40 AUD หากแพทย์เรียกเก็บเกินอัตรานี้ นักศึกษาต้องจ่ายส่วนต่างเอง โดย gap fee เฉลี่ยอยู่ที่ 30-40 AUD ต่อครั้งในเขตเมืองใหญ่
Q2: ต้องรอนานแค่ไหนจึงจะได้เงินคืนจากการเคลม GP
ระยะเวลาดำเนินการเฉลี่ยของทุกผู้ให้บริการอยู่ที่ 3-7 วันทำการ โดย nib ดำเนินการเร็วที่สุดภายใน 3 วันทำการ Bupa ใช้เวลา 3-5 วันทำการ ขณะที่ Allianz และ Medibank ใช้เวลา 5-7 วันทำการ การยื่นเคลมผ่านแอปพลิเคชันมักเร็วกว่าการยื่นเอกสารกระดาษ
Q3: ถ้าคลินิกไม่รับ direct billing ต้องทำอย่างไร
ต้องชำระค่าบริการเต็มจำนวนด้วยตนเองก่อน จากนั้นเก็บใบเสร็จและใบแจ้งหนี้ที่มีรหัส MBS item number นำมายื่นเคลมผ่านแอปหรือเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ OSHC ภายใน 2 ปีนับจากวันที่รับบริการ เงินจะโอนคืนเข้าบัญชีธนาคารออสเตรเลียภายใน 3-7 วันทำการ
参考资料
- Department of Home Affairs Australia 2025 Student Visa Statistics
- Private Health Insurance Ombudsman 2024 OSHC Annual Report
- Medicare Benefits Schedule 2025 Item Numbers and Fees
- Australian Government Department of Health 2024 Telehealth Usage Report
- Migration Regulations 1994 Schedule 2 Student Visa Conditions